วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ถ้าหากจะพูดถึงอนาคต… ตัวแทนที่จะบอกเล่าได้ดีที่สุดก็คือเด็กที่ กําลังคลานเตาะแตะอยู่ในตอนนี้

ถ้าหากจะพูดถึงอนาคต…

 ตัวแทนที่จะบอกเล่าได้ดีที่สุดก็คือเด็กที่ กําลังคลานเตาะแตะอยู่ในตอนนี้

เจนเนอเรนเรชั่นอัลฟ่า(Alpha Generation) เจนแรก แห่งศตวรรษที่ 21 หรือประชากรที่เกิดระหว่างปี 2010-2024 ในปี 2025 โลกจะมีจำานวนประชากร ของเจนนี้มากถึง 2 พันล้านคน เด็กน้อยอายุยัง ไม่ถึง 10 ขวบที่กำาลังกุมอำานาจการเปลี่ยนโลก ในศตวรรษที่กำลังมาถึง เข็มทิศจะหมุนตาม ความต้องการของวัยกำลังคลานในวันนี้ ที่จะเติบโตพร้อมด้วยกำาลังซื้อในวันข้างหน้า


เจนอัลฟ่าคุ้นเคยกับเทคโนโลยีตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกยังไม่ขึ้น จำนวน 3 ใน 4 จะมีสมาร์ทโฟน เป็นของตัวเอง เมื่อเป็นวัยรุ่น พวกเขาจะสามารถ เดินทางท่องโลกออกสำรวจเสน่ห์ผ่านตรอก ซอยในอินเดีย ด้วย Virtual Reality (VR) ทั้งยัง เข้าห้องเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับไอวี่ลีก ด้วยเทคโนโลยี Augment Reality (AR) ปรึกษา ปัญหาสุขภาพของพ่อแม่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการ Livestream อยู่ที่บ้าน เจนเนอเรชั่นที่ สามารถเป็นดีไซเนอร์ได้ในวัยเพียง 4 ขวบ ที่ แฟชั่นวีคระดับโลกต้องจับจองที่นั่งแถวหน้าสุด
ไว้ให้ เพราะการมองเห็นของพวกเขาคือ มูลค่ามหาศาลของว่าที่ลูกค้าในอนาคต รวมถึงก้าว ขึ้นเป็นเน็ตไอดอลในวัยกำลังเดินด้วยจำนวน ผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียนับแสน

นี่คือเจนที่ได้รับคำนิยามว่า “The Next Next Generation” พวกเขาจะมีเชื้อชาติมากกว่าหนึ่ง และอาจมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มี 5 สัญชาติใน คนเดียว วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์จะเป็นเรื่องราว ที่อยู่ในหนังสือ เป็นเรื่องเล่าขานที่ถูกหยิบจับมา สร้างสรรค์ผลงานไม่รู้จบ ค่านิยมที่เจนอัลฟ่า คุ้นเคยคือวัฒนธรรมย่อย (sub-culture) ที่ เปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อเชื่อวัน พวกเขามีนิทาน ก่อนนอนเป็นซินเดอเรลล่าที่นางเอกเป็น คนเม็กซิกันหรือราพันเซลที่สวมชุดสาหรี่ ส่งตรงจากอินเดีย เจนอัลฟ่าจะเห็นภาพประเทศ มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาเต็มไปด้วยคน ละติน คนผิวดำ และคนเอเชียโดยคนผิวขาวเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย ทั้งยังเติบโตมากับเพศที่เลื่อนไหลท่ามกลางสังคมที่เปิดกว้าง เพราะสินค้าแบรนด์ดังพร้อมใจกันนำสัญลักษณ์ที่ระบุถึง เด็กชาย-หญิงออกจากชั้นวาง เปลี่ยนมาจัดหมวด หมู่สินค้าด้วยความสนใจมากกว่าเรื่องเพศ สนับสนุนแบรนด์แฟชั่นอย่างเวยัล (Vejas) เพราะนำเสนอประเด็นเรื่องเพศเลื่อนไหลด้วยการใช้นายแบบและนางแบบที่มีความหลากหลายทั้งเพศ และเชื้อชาติ เจนอัลฟ่ายังสนใจการเปลี่ยนแปลง สังคมพอๆ กับเรื่องของตนเอง พวกเขาพลิก ประวัติศาสตร์ด้วยแฮชแท็กหรือใช้ภาพโฮโลแกรม เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ทุกที่ ทุกเวลา

ในขณะที่ถูกเรียกว่า “Screenager” เพราะเติบโต มาอย่างเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยี หากพวกเขา ต้องการเข้าใกล้มากพอกับอยากออกห่างเพราะ โหยหาความเป็นส่วนตัว ใช้ชีวิตในเมืองด้วยความ รีบเร่งพรอ้มกับหยุดพักเพื่อแบ่งเวลาไปทำดิจิทัล ดีท็อกซ์ ตลอดจนการค้นหาจิตใจเบื้องลึกผ่าน ศิลปะ ดนตรี การเต้นรำ การพูดคุย เพื่อเชื่อมโยง ระหว่างผู้คน ธรรมชาติ ไปจนถึงจิตวิญญาณที่ สมดุลและยั่งยืนที่สุด เพราะเทรนด์คืออนาคตที่เป็นผลจากปัจจุบัน ตัวอย่างข้างต้นหาใช่การคาดการณ์เกินจริง แต่ล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและก้าวขึ้น มาเป็นกระแสหลักของวันพรุ่งนี้นี่คืออนาคตที่มา พร้อมกับเรื่องราวของโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ ทุกคนได้เข้าใจ เตรียมตัว และนำไปปรับใช้ได้ อย่างเหมาะสม ทุกข่าวสาร ทุกเหตุการณ์ ทุกกรณี ศึกษา เป็นเหมือนตัวบอกใบ้ที่กำลังเผยถึงโอกาส ขยายความถึงภาพผู้คน สังคม เศรษฐกิจที่กำลัง เปิดกว้าง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการฉายภาพเส้นแบ่ง ของประเทศ-เขตแดน มหานคร-ชนบท ความจริง- เสมือนจริงตลอดจนเธอและเขาที่กำลังพร่าเลือน ลง จนกลายเป็น ‘เรา’ มากขึ้นทุกขณะ


BABY BOOMER (ปี 1945-1960)

 จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยที่ปรึกษาธุรกิจและการตลาดสหรัฐฯ ดีเอ็มเอ็นทรี เปิดเผยว่า 82.3% ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เข้าใช้ โซเซียลมีเดียอย่างน้อยหนึ่งเว็บไซต์ เฟซบุ๊กคือ สิ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุด เช่นเดียวกับการศึกษา ก่อนหน้านี้จากโกลบอล เว็บอินเด็กส์ ที่พบว่า อย่างน้อย 70% ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์มีขอ้มลูใน เฟซบุ๊ก  31% ใช้ทวิตเตอร์มากกว่า15.5% ของกลุ่มศึกษายังใช้เวลามากกว่า 11 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กับเฟซบุ๊ก และมากกว่าครึ่งใช้โซเชียลมีเดย หรือ เว็บไซต์เพื่อหาข้อมูล
 บริษัท เอเออาร์พีประมาณการว่ากลุ่มเบบี้บูมเมอร์ใช้จ่ายมากกว่า 120 พันล้านเหรียญ สหรัฐฯ แต่ละปีสำหรับการเดินทางพักผ่อน ไมว่าจะเป็นการเยี่ยมครอบครัว ล่องเรือ หรือท่องเที่ยว ในจุดหมายที่วาดฝัน
 เบบี้บูมเมอร์ (อายุ 51-70 ปี) เชื่อว่า ประสบการณ์คือส่วนสำคัญในการเติมเต็มชีวิต และกว่า 44% ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เข้าร่วม กิจกรรมการแสดงสดมากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน และ 38% กล่าวว่ากิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ตนเอง สามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเจเนอเรชั่นที่อายุน้อย กว่าได้

GENERATION X (ปี 1961-1981)

แม้ว่าบ่อยครง้ัเจนเอ็กซ์ (Gen X) จะถูกเรียกว่าเจเนอเรชั่นที่ถูกลืม (Forgotten Generation) แต่บางรายงานกล่าวว่า เจนเนอเรชั่นนี้เป็นกลุ่ม ที่มีความมั่นคงทางการเงิน มากกว่า 25% สามารถ สร้างรายได้มากกว่ากลุ่มเบบี้บูมเมอร์ และกลุ่ม มิลเลเนียล ในกลุ่มงานเดียวกัน
 เมื่อเจนเอ็กซ์ เป็นเจเนอเรชั่นที่อยู่ระหว่าง กลางระหว่างกลุ่มเบบี้บูมเมอร์และกลุ่มมิลเลเนียล จึงนับเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลและให้การสนับสนุน เจเนอเรชั่นอื่นๆ พิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ระบุว่า 47% ของเจเนอเรชั่นนี้จะสนับสนุนด้านการเงิน แก่พ่อแม่หรือดูแลคนที่อายุน้อยกว่า ด้วยเหตุนี้ เจนเอ็กซ์จึงได้รับขนานนามวาเป็นผู้ที่ทำการตัดสินใจ (Decision-Maker)
 การสำรวจของเวิร์คฟรอนท์พบว่าเจนเอ็กซ์ เป็นเจเนอเรชั่นที่ทำงานหนักที่สุด ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงปรารถนาการพักผ่อนหย่อนใจ ที่จัดอยู่ในประเภทพักและผ่อนคลาย (Rest & Relaxation) ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบกิจกรรม คอนเสิร์ต หรือ เทศกาล ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลศึกษาที่พบว่า เจนเอ็กซ์มักอุทิศตนเป็นอาสาสมัคร ผู้หญิงเจนนี้ 91% และชาย 76% จะสนับสนุนกิจกรรมใน ท้องถิ่นหรืองานสาธารณประโยชน์ผ่านงานที่ทำ

MILLENNIALS (ปี 1982-2004)

กลุ่มมิลเลเนียลถือเป็นหนึ่งในคนกลุ่มใหญ่ ของเจเนอเรชั่น สถาบันตลาดเกิดใหม่ มลูนิธิเฮด และยูนิเวอร์ซัม  สำรวจขอ้มลูและพบว่าคนกลุ่มนี้ กำลังจะกลายเป็นคนส่วนใหญ่ในที่ทำางาน ซึ่งคน กลุ่มนี้ให้คุณค่ากับการพัฒนาตนเอง การจัดสมดุล การงาน-ชีวิตมากกว่าเงินตราและสถานภาพ ทางสังคม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากคนกลุ่มนี้ จะเลือกทำางานแบบฟรีแลนด์ที่สามารถปรับ เปลี่ยนตารางการทำางานได้อย่างเสรี
 กลุ่มมิลเลนเนียลผลักดันและให้ความสำคัญ เรื่องการสำารวจและผจญภัยจนเป็นไลฟ์สไตล์ อันดับต้นๆ มากกวา 14.7 ล้านคนของคนกลุ่มนี้เข้าร่วมเทศกาลดนตรีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง กลุ่มคนที่อยู่ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ระห่วางอนาล็อกสู่ดิจิทัล ประเด็นเหล่านี้ีจีงมัก ถูกนำมาใช้หลักสำาหรับแบรนด์สินค้า ดว้ยการนำา คุณลักษณะจากอดีตมาสร้างสรรค์หรือเปลี่ยน วิธีการใช้ใหม่จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์แบบเรโทร (Retro) เก่าคือความสดใหม่สำาหรับคนกลุ่มนี้
 ดว้ยเปน็กลุ่มที่มองหาประสบการณ์ การใช้ เวลาที่มีคุณภาพมากกว่าคลั่งไคล้ในวัตถุนิยม
 นอกจากคนกลุ่มนี้จะนำวัฒนธรรมการเพาะปลกู กลับเข้าสู่กระแสหลักแล้วยังปฏิเสธการขับรถยนต์ โดยในสหรัฐฯ ผู้คนมีความต้องการใช้บริการ การแชร์รถ (Car-sharing Services) มากกว่า การครอบครองรถยนต์

GENERATION Z (ปี 2005-2009)

เจนซีเกิดมาในขณะที่เทคโนโลยี วายฟาย และสมาร์ทโฟนพร้อมสรรพ บางครั้งถูกเรียกว่า Digital Native กลุ่มเจนซี จึงมีความเป็น ปัจเจก เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเฉพาะ เจาะจงที่แสดงความเป็นตัวของตัวเอง ข้อมูลจาก บิสิสเนสทูคอมมิวนิตี้ ระบุว่า 53% ของเจนซี ยังต้องการช่องทางการสื่อสารที่เป็นส่วนตัว หรือเป็นแบบตัวต่อตัวมากกว่าช่องทางที่ สาธารณะ
 ไอเจน (iGen) อีกชื่อเรียกหนึ่งของเจนซี เป็นกลุ่มที่หวงแหนความเป็นส่วนตัวมากกว่า มีรายงานจากสถาบันเจเนอเรชั่น คิเนติกส์ เซ็นเตอร์ ระบุว่า เด็กเจเนอเรชั่นนี้มักเลือกใช้ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความเป็นส่วนตัว อย่างสแนปแชต มากกว่าเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ นอกจากนี้ 38% ยังกังวลเกี่ยวกับข้อมูลหรือ ข้อความที่ส่งผ่านออนไลน์ว่าจะสร้างผลกระทบ ต่อการใช้ชีวิตในโรงเรียน

เจเนอเรชั่นนี้ยังถือว่าเป็นผู้เสนอวัฒนธรรม แบบ ดีไอวาย (DIY Culture) ซึ่งแตกต่างจากกลุ่ม มิลเลเนียล เนื่องจากมีความรอบคอบเรื่อง การใช้จ่ายมากกว่า หรือเรียกได้ว่ามีหัวใจของ ผู้ประกอบการ ถือเป็นเจเนอเรชั่นแรกที่เติบโต ในช่วงที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา มี ความละเอียดลออ รวมถึงเข้าใจเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิต
 ความสามารถในการเข้าถึงข่าวสาร และ รายล้อมด้วยสื่อดิจิทัลรอบด้าน จึงเป็นเจเนอเรชั่น ที่เปิดกว้าง เชื่อมั่นในความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงเข้าใจความหลากหลายของผู้คน พวกเขา ต้องการสร้างความแตกต่าง และเชื่อในตัวเอง โดยเฉพาะนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่มีอายุต่ำกว่า 25 เริ่มออกแบบสินค้าจากทัศนคติของผู้ใช้งาน มากกว่าเรื่องเพศสภาพ

ALPHA GENERATION (ปี 2010-2025)

อัลฟ่า คือเจเนอเรชั่นของผู้คนที่เกิดใน ศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง เจเนอเรชั่นนี้สามารถ ปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีตั้งแต่ยังเล็กมากกว่า เจนเนอเรชั่นอื่นๆ จนมีผู้กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้ เรียนรู้การใช้อุปกรณ์แท็ปเล็ตก่อนการเรียนรู้ การใช้ห้องน้ำเสียอีก (Tablet-training before Toilet-training) เพราะพวกเขาไม่คิดว่าเทคโนโลยี เป็นเพียงเครื่องมือ แต่พวกเขารวมเทคโนโลยี เหล่านั้นไว้เป็นสิ่งเดียวกับการใช้ชีวิต ด้วยเหตุนี้ จึงถูกเรียกว่า Screenagers หรือ Generation Glass
ALPHA GENERATION คอมมอน เซนส์ มีเดียรายงานว่า มากกว่า 30% ของของเล่นชิ้นแรกสำหรับวัยหัดเดินคือ อุปกรณ์สื่อสารแม้ในยามพวกเขาหลับ ดังนั้น หนึ่งในรายการของเล่นที่ตรงใจกับเจเนอเรชั่น นี้จึงจัดอยู่ในกลุ่ม Ed-tech หรือของเล่นจำพวก เทคโนโลยีสร้างการเรียนรู้
ด้วยเจนอัลฟ่าเกิดในช่วงที่มีเทคโนโลยี ด้านการประเมินตนเอง  ส่วนหนึ่งทำให้เจเนอเรชั่น ความตระหนักถึงตนเองมากกว่าเจนเนอเรชั่น อื่น ซึ่งคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่าอัลฟ่าเป็นคนรุ่น ใหม่ที่แต่งตัวดีที่สุด แต่มีความเป็นไปได้เพราะ สื่อโซเซียลมีเดียทุกวันนี้ มีผู้นำาแฟชั่นรุ่นเยาว์ มากมายที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายเจน

เนื้อหาเหล่านี้ยังมีอีกมากมายสำหรับข้อมูลดี ๆ ต้องขอขอบพระคุณหนังสือเจาะกระแสโลก 2017 โดย TCDC สามารถเข้าไปโหลดอ่านได้โดยตรง ผู้เขียนได้ทำการอัพเดทบทความ ติดตาม 20 อันดับยอดขายรถยนต์ของอเมริกาประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560 ฝากไว้ให้อ่านตามลิงค์ที่แนบไว้ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น